ผลงานปูพื้นสนามพิคเคิลบอลที่ Jula’s Herb (JLC Group) ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ พื้นที่รวม 460 ตารางเมตร ด้วยระบบ Acrylic Hardcourt + Moisture Barrier เลือกเฉดเขียวสองโทนให้เข้ากับธีมแบรนด์ของลูกค้า พร้อมสกรีนโลโก้ JLC GROUP บนพื้นที่รอบสนาม ผิวสัมผัสเป็นไปตามแนวทางมาตรฐานสนามพิคเคิลบอลสากล เล่นได้เต็มสปีดโดยไม่ลื่น
รายละเอียดผลงาน
- เลขที่โครงการ: DMH025/2026
- ระบบพื้นสนาม: Acrylic Hardcourt + Moisture Barrier (ชั้นกันความชื้น)
- พื้นที่: 460 ตารางเมตร
- ลักษณะงาน: ปูพื้นสนามพิคเคิลบอลใหม่บนพื้นคอนกรีตเดิม ลงชั้นกันความชื้น ทาสีระบบอะคริลิกสองเฉดตามธีมของลูกค้า ตีเส้นสนามตามกติกาสากล และสกรีนโลโก้องค์กรบนพื้นที่รอบสนาม
- สถานที่: Jula’s Herb (JLC Group) ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
จุดเด่นของงาน
- Custom สีได้ตามธีมของลูกค้า งานนี้เลือกเขียวสองเฉด ให้เข้ากับภาพลักษณ์แบรนด์สมุนไพรของ Jula’s Herb แทนโทนน้ำเงิน-เขียวเข้มที่เห็นทั่วไป
- ลง Moisture Barrier ก่อนระบบสี เพื่อกันความชื้นจากพื้นคอนกรีตดันขึ้นมาทำให้สีพองหรือหลุดล่อน ช่วยยืดอายุการใช้งาน
- ผิวหน้าอะคริลิกให้ความฝืดตามแนวทางมาตรฐานสนามพิคเคิลบอลสากล ผิวหนึบ ลดการลื่นไถลเวลาเปลี่ยนทิศทางเร็ว
- ตีเส้นสนามด้วยระบบสีเดียวกับผิวหน้า เส้นจึงไม่ลอกล่อนแยกออกจากพื้น
- สกรีนโลโก้ JLC GROUP ขนาดใหญ่บนพื้นที่รอบสนาม ทำให้สนามเป็นพื้นที่แบรนด์ขององค์กรไปในตัว
- เป็นระบบสำหรับสนามกลางแจ้ง ทนแดดทนฝน รักษาเฉดสีได้ดี และทำความสะอาดง่าย















คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สนามพิคเคิลบอลมาตรฐานใช้พื้นที่เท่าไหร่
ตัวสนามตามกติกาสากลกว้าง 6.10 เมตร ยาว 13.41 เมตร เท่ากันทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ แต่การใช้งานจริงต้องเผื่อพื้นที่วิ่งรอบสนามด้วย โดยทั่วไปจึงเผื่อรวมประมาณ 9 x 18 เมตรต่อหนึ่งคอร์ท งานนี้พื้นที่ปูพื้นรวม 460 ตารางเมตร
เลือกสีสนามเองได้ไหม
ได้ ระบบอะคริลิกผสมเฉดสีได้หลากหลาย งานนี้ลูกค้าต้องการโทนเขียวให้เข้ากับภาพลักษณ์ของแบรนด์ เราจึงใช้เขียวอ่อนสำหรับพื้นที่รอบสนามและเขียวเข้มสำหรับพื้นที่เล่น ทำให้เส้นสนามสีขาวอ่านง่ายและตัดกันชัดเจน
สกรีนโลโก้บนพื้นสนามทำได้ไหม ลอกง่ายหรือเปล่า
ทำได้ และใช้สีระบบเดียวกับผิวหน้าสนาม โลโก้จึงเป็นเนื้อเดียวกับพื้น ไม่ใช่สติกเกอร์หรือฟิล์มที่ลอกออกภายหลัง เดินหรือเล่นทับได้ตามปกติ
Moisture Barrier จำเป็นแค่ไหน
จำเป็นมากกับพื้นคอนกรีตที่สัมผัสดินหรือมีโอกาสชื้นจากใต้พื้น เพราะความชื้นที่ดันขึ้นมาคือสาเหตุหลักที่ทำให้ระบบสีพองและหลุดล่อนก่อนเวลา การลงชั้นกันความชื้นก่อนจึงช่วยให้ผิวหน้าอยู่ได้นานขึ้น
Acrylic Hardcourt ต่างจากระบบ PU อย่างไร
อะคริลิกเป็นระบบผิวบางบนพื้นคอนกรีต ให้ผิวแข็ง ลูกเด้งคมและเร็ว ควบคุมความฝืดได้ตามสูตร เหมาะกับสนามกลางแจ้ง ส่วน PU เป็นระบบยืดหยุ่นที่หนากว่า ช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเข่ามากกว่า เลือกจากลักษณะการใช้งานและสภาพพื้นเดิมเป็นหลัก
พื้นคอนกรีตเดิมต้องเตรียมอย่างไรก่อนทำสนาม
ต้องขัดเปิดหน้า ซ่อมรอยแตกร้าว และตรวจความลาดเอียงให้ระบายน้ำได้ ไม่มีจุดน้ำขัง จากนั้นจึงลงชั้นกันความชื้นและระบบสี งานนี้เริ่มจากพื้นคอนกรีตเปล่าตามรูปแรก
ใช้งานได้หลังทำเสร็จกี่วัน
โดยทั่วไปรอให้ระบบสีเซ็ตตัวเต็มที่ก่อนเปิดใช้งาน ระยะเวลาขึ้นกับความหนาของระบบและสภาพอากาศหน้างาน ทีมช่างจะแจ้งกำหนดที่แน่นอนตามงานจริงก่อนส่งมอบ
ผลงานสนามพิคเคิลบอลอื่น
- สนามพิคเคิลบอล Acrylic Hardcourt โทนพาสเทล Pickleball Rama2 พระราม 2 กรุงเทพฯ
- สนามพิคเคิลบอล Acrylic Hardcourt The Ground 16 บางแสน ชลบุรี
#DMHGroups #สนามPickleball #พิคเคิลบอล #AcrylicHardcourt #MoistureBarrier #สนามพิคเคิลบอล #ลาดพร้าว #กรุงเทพ
